เตียงผู้ป่วยไฟฟ้าทันสมัยและฟังก์ชั่นมากมาย

sleepremode

ที่สุดของความสบายขนาดพักผ่อนเตียงผู้ป่วยไฟฟ้า 3 ฟังก์ชั่น ล้อ ABS  พื้นเตียงเป็นเหล็กแนวขวาง สามารถที่จะสไลด์หัวท้ายได้มีชุดเบะให้ มีชุดเครื่องนอน และไม้เท้าที่สามารถพับเก็บได้ รูปทรงเตียงมีลักษณะที่ทันสมัยใช้ง่ายทนทานไม่แพ้กับรุ่นๆก่อนเป็นแบบหมุนปรับระดับ โครงสร้างเตียงทำจาเหล็กพ่นสีฝุ่นอีบล็อกซีที่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นสนิม

หัวท้ายเป็นพลาสติกขึ้นรูปมนโค้ง ABS ที่สามารถถอดเก็บเข้าออกได้มีความแข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานนาน มีมอเตอร์ควบคุมการทำงานที่ได้มาตรฐานระดับโลก CE ป้องกันน้ำ ที่มีความพิเศษเพราะสามารถใช้รวมกับไฟบ้าน 220 v 50 Hz ได้ ที่นอนหุ้มหนังเทียม pvc ที่ทำมาจากยางพาราอย่างดีผสมกับโพลียูรีเทน เตียงมีขนาด 4 ตอนที่สามารถปรับได้หลายระดับตามขนาดของเตียง

ตัวควบคุ้มเตียงเป็นรีโมทคอนโทลที่ใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนแบบมีสายพร้อมกับมีที่เกี่ยวรีโมทสำหรับเก็บไว้หัวเตียงและท้ายเตียงได้ สามารถปรับได้สามระดับ

– ปรับระดับต้นขาถึงปลายเท้าขึ้นลงประมาณ 0-45 องศา

-ปรับระดับหลังขึ้นลงได้ประมาณ 0-75 องศา

-ปรับระดับสูงต่ำขึ้นลงจากพื้น 45- 70cm

ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียวผู้ป่าวก็จะเปลี่ยนท่าได้ตามต้องการปุ่มกดเห็นชัดใช้งานได้ทุกวัยไม่เว้นแม่แต่ผู้สูงอายุ ล้อมีคุณภาพดะเพราะใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน ABS ที่มีขนาด 5 นิ้ว  จำนวนสี่ล้อสามารถเบรกได้ทุกล้อ การออกแบบได้คุณภาพเตียงผู้ป่วยระดับพรีเมี่ยมมั่นใจได้ในการอายุการใช้ที่ยืนยาวไม่เป็นสนิมทนทานต่อแรงกระแทก


เตียงผู้ป่วย 3 ไกร์ มือหมุน ปรับระดับได้มากกว่าตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย

sleep-3-tri

เตียงผู้ป่วย 3 ไกร์ มือหมุน หัวลายไม้มีความส่วนงาม พื้นเตียงเป็นเหล็กคุณภาพสูงแนวขวางเป็นที่นิยม ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการปรับเตียงถึงไฟดับก็ยังใช้งานได้หมุนง่ายไม่ต้องออกแรงมาก การทำงานไม่ซับซ้อนญาติผู้ป่วยสามารถปรับด้วยตัวเองได้มีความแข็งแรงทนทานสูงอายุการใช้งานนาน ขนาดเตียง(กว้าง*ยาว*สูง) 90x200x45-70 เซนติเมตร เหมาะสำหรับสรีระของคนไทยสามารถนอนได้สบายสำหรับผู้ป่วยที่นอนดิ้นก็ไม่ต้องกลัวตกเตียงเพราะมีแผงเหล็กกันไม่ให้ตกเตียงที่สามารถเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้ พื้นเตียงสามารถแบ่งออกมาได้ เพราะเป็นเหล็กแนวขวางมีความยาว 4 เซนติเมตร เตียงมีความกว้าง 0x75 , 90×23 , 90×23 , 90×65 มือหมุนทำมาจากเห็นที่ชุบโครเมียมแบบผับเก็บได้ง่ายมีสปริงฝั่งข้างใน ใช้งานได้ง่าย หัวท้ายออกแบบได้อย่างสวยงามเพราะทำจากไม้โฟมิก้าลายหันท้ายป้องก้นด้วยท่อเหล็กกลมเพื่อความแข็งแรงของการใช้งาน

ระดับที่สามารปรับได้ ระดับสูงต่ำ ปรับได้ 45-70 เซนติเมตร หมุนง่ายเพราะมีสปริงช่วยในการผ่อนแรง

ระดับข้อเข่าปรับระดับได้ 0-45 องศา ด้วยการหมุนแนวราบ

ปรับระดับด้านหลัง ปรับระดับได้ 0-80 องศาด้วยการหมุนแนวราบ

ราวกับเตียงมีความพิเศษเพราะทำมาจากเหล็กที่ไม่เป็นสนิม ความหนาไม่น้อยกว่า 25 mm ละขวางด้วยท่อขนาดไม่น้อยกว่า 18 mm พร้อมชุดขาราวแบบดัดโค้ง 180 องศา สไลด์ ขึ้นลงได้ ไม่เกะกะ ใช้ล้อที่มีขนาด 5 นิ้ว หุ้มด้วยพลาสติก ABS สามารถที่จะเบรกได้ทั้ง 4 ล้อ พร้อมกัน


อุปกรณ์ทางการแพทย์กล้องเอ็นโดสโคปมีความสำคัญอย่างไร

NDOscorp

ปัญหาของโรคปวดหลังก็เกิดจากหลายสาเหตุซึ่งเกิดมาจากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและโรคโพรงประสาทตีบแคบ สามารถที่จะบรรเทาอาการนี้ได้ด้วยการ ทานบาแก่อักเสบ ทำกายภาพบำบัด พักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับผู้ปวดที่ไม่มีอาการตอบสนอง ต้องับการผ่านตัด ซึ่งกล้องเอ็นโดสโคปจะเข้ามามีบทความสำคัญในการใช้ในการผ่าตัดเป็นรุ่นใหม่ที่พึ่งเข้ามาใช้และสามารถลดความกว้างของปาดแผลให้เล็กลงป้องกันการเจ็บปวดของผิวหนังบริเวณรอบปาดแผล เข้าถึงจุดที่เกิดปัญหาได้ตรงจุดและลดอาการเจ็บปวดของผู้ป่วยได้ การผ่าตัดกระดูกสันหลังด้วยการผ่านกล้องเอ็นโดสโคป ศัลยแพทย์ต้องตัดเลาะเนื้อเยื่อส่วนที่ดีเพื่อเปิดทางเข้าไปตัดหมอนรองกระดูกที่ทับเส้นประสาท ด้วยการผ่าตัดแบบที่ได้มาตรฐานโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ กล้องเอ็นโดสโคปสามารถที่จะผ่าตัดแผลที่มีขนาดเล็กมากที่มีขาดเล็กกว่านิ้วของท่านเสียอีก ลักษณะเป็นท่องเล็กเส้นผ่าศูนย์กลาง 7.9 ตรงส่วนปลายจะมีเลนส์ติดอยู่ซึ่งมีความโค้งเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน ภายในอุปกรณ์ยังมีใยแก้วที่นำแสงเพื่อจะให้มองเห็นข้างในรอบข้างได้ขัดเจนยิ่งขึ้น และยังมีท่องส่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการลำเลียงน้ำที่จำเป็นต่อการผ่าตัดอีกด้วย ซึ่งอาการสำหรับคนที่ผ่าตัดด้วยเครื่องมือนี้จะดีกว่าเครื่องมืออื่นยกตัวอย่าง เช่น ผู้ป่วยสามารถฟื้นจากอการผ่าตัดได้เร็ว สามารถที่จะกลับบ้านได้ภายใน 1 วัน ลดการทำความเสียหายต่อเนื้อผิวที่ดี เพราะแผลที่ผ่าตัดเล็กลง อาการเจ็บแผลผ่าตัดลดลง มีความเสี่ยงในการติดเชื้อลดต่ำลง


ประโยชน์และการทำงานของเครื่องกระตุ้นหัวใจที่เราควรรู้

ECG-200-joon

เครื่องกระตุ้นหัวใจมีการสำคัญต่อการช่วยชีวิตเป็นอย่างมากหลายคนจะเคยเห็นเจ้าเครื่องนี้แบบผ่านตากันมาบ้างแล้วทั้งของจริงและในละครแต่รู้ไหมว่าเจ้าเครื่องนี้มีข้อดีอะไรและการใช้งานเป็นแบบไหน เครื่องนี้มีประโยชน์มากกว่าที่คุณเห็น โดยปกติเจ้าเครื่องนี้จะใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการหนักในห้อง ICU และ CCU  เป็นเครื่องมือที่ใช้กระแสไฟฟ้า BTVF เข้าไปกระตุ้นระบบทำงานของหัวใจให้ปกติเหมือนเดิม ไม่จำเป็นว่าหัวใจต้องหยุดเต้นเพียงอย่างเดียว ก่อนอื่นที่เราจะใช้เครื่องตัวนี้เราต้องมารู้จักอุปกรณ์กันก่อนว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง ตัวที่ใช้มือจับรูปร่างหน้าตาคล้ายๆ กับเตารีบก็คือแพตเทิ้ล ซึ่งจะติดอยู่กับเครื่องกระตุ้นหัวใจสามารถเอาออกมาได้โดยจะมีทั้งหมด 2 อันและจะมีสายที่เอาไว้ติดกับคนไข้เรียกว่า ECG cable ตัวนำไฟฟ้าแบบแผ่น จะทำการติดตรงช่วงบนราวนมข้างขวาของคนไขและอีกแผ่นหนึ่งก็จะทำการติดลงไปตรงใต้ราวนมข้างซ้ายนั่นเอง ซึ่งแพทเทิ้ลจะกำหนดว่าอยู่แล้วว่าให้ใช้ข้างในปั้มไปข้างไหน แต่ถ้าเป็นตัวนำไฟฟ้าฟ้าแบบเจลจะต้องทาไปที่แพทเทิ้ล จากนั้นให้หมุนจำนวนไฟที่ต้องการ แต่ปกติแล้วจะไฟฟ้า 200 จูล จากนั้นให้เราทำการชาร์จไฟเข้า จะมีปุ่มให้กดที่เครื่องกระตุ้นหัวใจหรือจะกดที่ตัวแพตเทิ้ลก็ได้เราจะสังเกตว่าหน้าจอไฟจะขึ้นมาทำที่เราตั้งไว้แล้ว จากนั้นทำการช็อตโดยกดปุ่มที่ส้มที่แพตเทิ้ลเพื่อทำการช็อต แต่เครื่องก็ต้องไปที่โรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว อาจจะรักษาชีวิตของคนไม่ทัน แต่ปัจจุบันนี้มีทำเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าแบบพกพาแล้วหรือถ้าบนรถพยาบาลฉุกเฉินส่วนใหญ่จะมีเจ้าเครื่องนี้ไว้บนรถเสมอและพร้อมใช้งานได้ทันที ทำให้ช่วยชีวิตของคนไข้ได้ทันการณ์


อุปกรณ์การแพทย์โรคหัวใจที่สำคัญ

 

ECGMONITOR

พูดถึงโรคหัวใจแล้วหลายคนอาจจะกังวลอยู่ก็ได้ ถ้าญาติพี่น้องเราเป็นเราคงรู้สึกไม่ดีแน่ๆ ถ้าเกิดมีคนป่วยโรคหัวใจก็จะต้องเข้าห้อง ICU และต้องใช้เครื่องตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography)หรือที่เรียกกันว่า ECG นั่นเอง เจ้าเครื่องนี้แหละจะทำให้เรารู้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งการตรวจนี้เป็นการตรวจที่เห็นผลและแม่นยำที่สุด ถ้าเทียบกับเครื่องวัดอื่นๆ แล้ว ซึ่งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ทำไมต้องทำ ก็เพื่อตรวจวัดดูปฏิกิริยาทางไฟฟ้าของหัวใจ ที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของเวลา โดยการรับสัญญาณ ไฟฟ้าผ่านอิเล็กโทรดที่ผิวหนังตรงช่วงบริเวณหน้าอก การตรวจนี้ต้องใช้อุปกรณ์ตรวจคลื่นหัวโดยเฉพาะสัญญาณไฟฟ้าหัวใจเริ่มต้นที่ไซโนเอเตรียลโนด ส่งผ่านมายังทางกล้ามเนื้อหัวใจ มันจะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจให้หดลงและเกิดเป็นการบีบตัวของหัวใจ  คลื่นไฟฟ้านี้สามารถวัดได้บนตำแหน่งเฉพาะของผิวหนัง ขั้วไฟฟ้าที่อยู่คนล่ะขั้วจะวัดคลื่นหัวใจได้ไม่เหมือนกัน ภาพบนหน้าจอของเครื่องนี้จะแสดงให้เห็นถึงความต่างศักย์ระหว่างขั้วไฟฟ้าบนผิวหนังของเราทั้งสองตำแหน่งและวิเคราะห์การผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดจะตรวจความผิดปกติของหัวใจ เราจะรู้ถึงความเสียที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อหัวใจได้เป็นอย่างดีและความผิดปกติของอิเล็กไตรไลต์และโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย แต่การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจไม่อาจวัดการทำงานทางด้านการสูบหัวใจของเราได้ ซึ่งจะใช้การบันทึกภาพด้วยเครื่องคลื่นเสียงความถี่สูงหรือเวชศาสตร์นิวเคลียร์แทนได้ อย่างไรก็ตามการรักษาก็ไม่ได้เป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน เราควรต้องรักษาสุขภาพให้ดี เลือกทานอาหารให้ถูก เราจะได้ไม่ไปเข้านอนรักษาในโรงพยาบาลให้หดหู่ใจ การเป็นโรคนี้ถือว่าอันตรายเป็นอย่างมาก มีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตที่สูงอย่างมาก ถือเป็นโรคที่น่ากลัวมากโรคหนึ่ง


มาตรฐานของห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลควรเป็นอย่างไร

EMS-hopital

ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลเป็นที่ที่สำคัญที่สุดกรณีที่มีไข้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้ก็จะมีฉุกเฉินวิ่งกันอย่างเร่งรีบและเสียงไซเรนที่ทำให้หดหู่นั้นเอง ฉะนั้นจึงได้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานของห้องฉุกเฉินว่าควรเป็นอย่างไร บุคลากรควรมีมากแค่ไหน ควรมีครุภัณฑ์อะไรไว้เตรียมช่วยเหลือที่ได้บาดเจ็บ

มาตรฐานทางด้านครุภัณฑ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์

  • Resuscitation/Emergency cart
  • เครื่องมือสำหรับผ่ากะโหลกศีรษะ
  • เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับผ่าเปิดทรวงอก
  • เครื่องมือผ่าตัดสำหรับศัลกรรมทั่วไปและกระดูก
  • เครื่อง Hypothermic resuscitation
  • ห้องรังสีวินิจฉัย Ultrasound,CT scan,CT Angiogram,Angiographic

มาตรฐานบุคลากรที่ใช้ในห้องฉุกเฉินและอยู่ประจำตลอดเวลา

  • แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน 2 คน
  • แพทย์ทั่วไปที่ผ่านการอบรม ACLS และการดูแลผู้ป่วย ACLS 2 คน
  • ศัลยแพทย์ที่ผ่านการอบรม DSTC 1 คน
  • มีแพทย์เฉพาะทางพร้อมที่จะปฏิบัติงานได้ทันทีตลอดเวลา
  • มีแพทย์เฉพาะทางอื่นๆ คอยให้คำปรึกษาได้ ได้แก่ ศัลยศาสตร์ตกแต่ง,กุมารเวชศาสตร์,ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา สูตินรีเวชศาสตร์,โสต ศอ นาสิกวิทยา,จักษุวิทยา,กุมารเวชศาสตร์,จิตเวชศาสตร์,พยาธิวิทยา/นิติเวช,รังสีวิทยา,เวชบำบัดวกฤต/อายุรศาสตร์,เวชศาสตร์ฟื้นฟู,อายุรแพทย์โรคหัวใจและอายุรแพทย์ประสาทวิทยา

พยาบาลที่ประจำอยู่ในห้องฉุกเฉินและห้องผ่าตัด

  • พยาบาลทางเวชปฏิบัติฉุกเฉิน 2 คน
  • พยาบาลกู้ชีพเฉพาะทางอุบัติเหตุฉุกเฉิน 1 คน
  • พยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมอุบัติเหตุ,ประสาท 1คน
  • พยาบาลผ่านการอบรม BLS+ AED,ACLS,ACTN/TNCC,Triage ที่ห้องฉุกเฉิน 1 คน
  • พยาบาลผ่านการอบรม DSTC ที่ห้องผ่าตัด 1 คน
  • ผู้ช่วยพยาบาลผ่านการอบรม BLS+ AED,ACLS,ACTN/TNCC,Triage 4 คน
  • หน่วยกู้ชีพชั้นสูง รถพยาบาลและอุปกรณ์เคลื่อนที่ชั้นสูง
  • เจ้าหน้าที่ศูนย์สั่งการ คนขับรถ พนักงานฉุกเฉินการแพทย์
  • พยาบาล EMS
  • เจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ EMT-I
  • แพทย์อำนวยการทางด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
  • พยาบาลหัวหน้าศูนย์