×

เครื่องวัดความดันโลหิตมีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร


อุปกรณ์วัดความดันโลหิตแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่ เครื่องวัดความดันโลหิตแบบมือบีบ สเต็ทโตสโคป เครื่องวัดความดันแบบดิจิตอล ซึ่งใช้ในการวัดแบบสอดแขนพร้อมระบบพองตัว จากงานทดลองใช้งานในกลุ่มคนจำนวน 6,000 พบว่าการใช้เครื่องแบบสอดต้นแขนมีความแม่นยำมากกว่าอุปกรณ์ที่วัดจากข้อมือ สำหรับเครื่องวัดความดันแบบลูกยางที่ต้องใช้มือบีบ ประกอบไปด้วยสายสองเส้น หลอดหนึ่งเชื่อมต่อถุงเก็บความดันและอีกหลอดหนึ่งไปยังมาตรวัดความดันเพื่อแสดงผล

เครื่องวัดความดันโลหิตแบบแมนนวล

เป็นเครื่องมือใช้สำหรับตรวจคนไข้ เครื่องมือวัดแบบแมนนวลนี้ ถูกใช้งานโดยผู้ฝึกที่ผ่านการฝึกทางการแพทย์มาแล้ว มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 ประเภท อันแรกคือ เครื่องวัดปรอท (Mercury sphygmomanometers) ถือเป็นเครื่องมือมาตฐานในการแพทย์ แสดงระดับความดันโลหิตด้วยความสูงของปรอทที่อยู่ในหลอด ซึ่งไม่ต้องวัดเพื่อการนำมาปรับเทียบใหม่ เนื่องความแม่นยำของเครื่องมือชนิดนี้ทำให้มักนำไปใช้ในการทดลองทางคลินิกและในการประเมินผลทางคลินิกของผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงหญิงตั้งครรภ์

ประเภทที่สองคือ เครื่องวัดแบบมือบีบ (Aneroid sphygmomanometers) เป็นเครื่องมือที่ใช้กันทั่วไปในการตรวจผู้ตรวจเบื้องต้น บางครั้งจำเป็นต้องวัดใหม่สองครั้งเพื่อหาค่าเฉลี่ยที่เที่ยงตรงมากที่สุด ไม่เหมือนกับการวัดในเครื่องแบบปรอทที่ไม่จำเป็นต้องวัดซ้ำ ข้อดีคือมันมีปลอดภัยกว่า มีราคาถูกกว่าแม้ว่าจะมีความแม่นยำไม่เท่ากัน สาเหตุสำคัญมาจากการสั่นสะเทือนของเครื่องที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในที่มั่นคง ยกเว้นเครื่องวัดแบบติดกับแพงหรือแบบตั้งโต๊ะที่ไม่ค่อยพบปัญหาดังกล่าว

เครื่องวัดความดันโลหิตดิจิตอล

เครื่องวัดดิจิตอลใช้การวัดแบบออสซิลโลมิเตอร์ และการคำนวณทางอิเล็กทรอนิกส์ สามารถใช้ได้แบบทั้งแมนนวลหรือแบบอัตโนมัติ แต่ทั้งสองประเภทเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องฝึกอบรม และสามารถใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ใช้ในการวัดความดัน “ซิสโตลิก” และ “ไดแอสโตลิก” โดยการวัดแบบออสซิลโลเมตริค เครื่องมือชนิดนี้วัดค่าความดันโลหิตและอัตราชีพจรออกมาได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่ความดันซิสโตลิก และไดแอสโตลิกนั้นแม่นยำน้อยกว่าการวัดด้วยตนเอง

ในเครื่องวัดดิจิตอลบางรุ่นมีการใช่หน่วยความจำมาให้ด้วย ซึ่งหน่วยความจำนี้จะถูกนำไปใช้บันทึกความดันโลหิตในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ช่วยให้การติดตามสุขภาพโดยรวมทำได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนในเรื่องของวิธีการเลือกขนาดปอกแขนเพื่อนำไปใช้ตรวจวัดผู้ป่วย จะต้องจัดให้เหมาะสมกับอายุผู้ได้รับการตรวจ อย่างเช่นการใช้ปอกขนาด 22-26 มม. สำหรับเด็กโต 27-34 มม. สำหรับผู้ใหญ่วัยกลางคน และ 35-44 มม. สำหรับผู้สูงอายุ



Leave a Reply